ชื่อวิทยาศาสตร์Betta splendens
ชื่อสามัญSiamese fighting fish
ชื่อไทยปลากัด กัดภาคกลาง ปลาลูกหม้อ ปลาสังกะสี
วงศ์Osphronemidae
ถิ่นกำเนิดพบทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งกระจายทั่วไปในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้จากการพัฒนาสายพันธุ์
รายละเอียดเป็นปลากัดที่นิยมเลี้ยงเฉพาะตัวผู้ เนื่องจากลำตัวและครีบต่าง ๆ มีสีสันสวยงาม เลี้ยงในโหลขนาดเล็ก โหลละตัว หากวางโหลใกล้กันจะแผ่กางครีบเพราะเป็นปลาที่มีนิสัยชอบการต่อสู้ เป็นปลาสวยงามที่มูลค่าสูงและมีชื่อเสียงของประเทศไทย มีลักษณะลำตัวทรงกระบอกและแบนข้างเล็กน้อย หัวสั้น ปากเล็ก ครีบหางใหญ่และปลายกลม ครีบท้องเป็นเส้นยาว ลำตัวสีน้ำตาลอ่อนเหลือบแดง น้ำเงิน หรือเขียว ครีบสีแดงมีแถบสีเหลืองประ ตัวผู้สีสันสดใสกว่าตัวเมีย ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์จนมีลักษณะครีบ และสีที่หลากหลาย ได้รับความนิยมสูงในตลาดต่างประเทศ เช่น ประเภทสองหาง (Double – tailed) หางมงกุฎ (Crown-tailed) หางพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว (Halfmoon-tailed) หรือประเภทสองสี (Butterfly) หลายสี (Fancy) ในที่นี่จะอธิบายถึงสายพันธุ์ปลาลูกหม้อหรือปลาหม้อนั้น เป็นปลากัดที่ถูกนำมาคัดสายพันธุ์ โดยนักพันธุศาสตร์สมัครเล่นชาวไทย ที่มุ่งหวังจะได้ปลาที่กัดเก่ง จากบันทึก คำบอกเล่าของนักเลงปลาเก่าอย่าง หลวงอัมรินทร์สมบัติ (ครอบ สุวรรณนคร) คาดว่า ปลาลูกหม้อน่าจะถูกพัฒนา ขึ้นมาในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2430 ซึ่งท่านจำได้ว่า ก่อนหน้านั้นยังต้องจับปลาป่า มากัดพนันกันอยู่ ต่อมานักเลงปลาบางคนก็เริ่มใช้วิธีไปขุดล้วงเอาปลาป่าที่อาศัยอยู่ ตามรูปูในหน้าแล้งมาขังไว้ในโอ่ง มาเลี้ยงดูให้อาหาร พอถึงฤดูฝนก็นำมากัดพนัน กับปลาปา่ ซึ่งสว่ นใหญจ่ ะสูป้ ลาขุดที่เลี้ยงมาไมไ่ ด ้ การเลน่ ปลาขุดนี้ยังนิยมเลน่ กัน มาถึงประมาณปี พ.ศ. 2496 หลังจากนั้นก็มีการเก็บปลาที่กัดเก่งเลี้ยงไว้ข้ามปี และหาปลาป่าตัวเมียมาผสม ลูกปลาที่ได้จากการผสมในชุดแรกจะเรียกว่า “ปลา สังกะสี” ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะได้ชื่อมาจากผิวหนังที่หนาแกร่ง ไม่ถูกกัดขาดง่าย เหมือนปลาป่าและปลาขุด ปลาสังกะสีมักจะตัวใหญ่ สีสันลักษณะต่างจากปลาป่า และปลาขุด นักเลงปลาป่าจึงมักไม่ยอมกัดพนันด้วย จึงต้องกัดแข่งขันระหว่าง ปลาสังกะสีด้วยกันเอง ปลาสังกะสีที่เก่ง อดทน สวยงามก็จะถูกคัดไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ เมื่อผสมออกมาก็จะได้ปลาลักษณะรูปพรรณสีสันที่สวยงามแปลกออกไป ตามอัธยาศัยของผู้ผสม พร้อมความเก่ง และอดทนในการกัด จะว่าไปแล้ว พันธุศาสตร์สัตว์น้ำของเมืองไทยนับได้ว่าเริ่มมาตั้งแต่ยุคนั้น คำว่า “ลูกหม้อ” นั้นมาจากการใช้หม้อดินในการเพาะและอนุบาลปลากัด ในระยะแรกๆ ปลาลูกหม้อจึงเป็นปลาสายพันธุ์ที่สร้างมาแท้ๆ กับมือของ นักเลงปลาทั้งหลาย เพื่อให้ได้ลักษณะที่ดีสำหรับการต่อสู้และให้มีสีสันที่สวยงาม ตามความพอใจของเจ้าของ ปลากัดลูกหม้อจึงมีรูปร่างหนาใหญ่กว่าปลากัดชนิดอื่น สีสันสวยงามดูแล้วน่าเกรงขามกว่าพันธุ์อื่นๆ สีส่วนมากจะเป็นสีน้ำเงิน แดง เทา เขียว คราม หรือแดงปนน้ำเงิน ในการเล่นปลากัดในยุคก่อนนั้นปลาลูกหม้อจะมี สองประเภทคือ “ลูกแท้” และ “ลูกสับ” ลูกแท้ หมายถึง ลูกปลาที่เกิดจากพ่อแม่ ที่มาจากครอกเดียวกัน และลูกสับ หมายถึง ลูกปลาที่เกิดจากพ่อแม่ที่มาจาก คนละครอก ปลากัดลูกหม้อนี้ถ้าเอาไปผสมกลับกับปลาป่า ลูกปลาก็จะเรียกว่า “สังกะสี” เช่นเดียวกัน ซึ่งปลาสังกะสีซึ่งเกิดจากการผสมกลับแบบนี้ส่วนมากก็จะ มีชั้นเชิงและน้ำอดน้ำทนในการกัดสู้ลูกหม้อไม่ได้ “ลูกหม้อ” จึงเป็นสุดยอด ของปลากัดสำหรับนักเลงปลาทั้งหลาย ในระยะหลังๆ ก็อาจมีการพูดถึงสายพันธุ์ “มาเลย์” หรือ “สิงคโปร์” ซึ่งว่ากันว่ากัดเก่งหนังเหนียวแต่โดยแท้จริงก็คือ ปลาลูกหม้อนั่นเอง เพียงแต่ว่าในระยะต่อมามีการประยุกต์ใช้กลวิธีการหมักปลา ด้วยสมุนไพร ใบไม้ ว่าน ดินจอมปลวก และอื่นๆ เพื่อช่วยเคลือบเกล็ดปลา ที่เชื่อกันว่า จะทำให้เกล็ดแข็งกัดเข้าได้ยาก ควบคู่ไปกับการคัดเลือกพันธุ์ ถึงอย่างไร ลูกหม้อก็คือลูกหม้อที่เราชาวไทยพัฒนามาแต่โบราณแม้จะถูกนำไป พัฒนาสายพันธุ์ในที่อื่นก็ยังคงเป็นลูกหม้อไทยตัวเดิมนั่นเอง
เครดิตภาพ: อรุณี รอดรอย ข้อมูล:สุจินต์ หนูขวัญ และอรุณี รอดรอย