ชื่อวิทยาศาสตร์Crinum thaianum
ชื่อสามัญThai Onion Plan
ชื่อไทยพลับพลึงธาร, หอมน้ำ
วงศ์Amaryllidaceae
ตำแหน่งในการลงปลูกกลางตู้, หลังตู้
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแสงไฟความสว่างปานกลาง, ช่วงอุณหภูมิ 26-30 °C
อัตราการเจริญเติบโตปานกลาง
รายละเอียดพลับพลึงธาร Crinum thaianum Schulze เป็นพืชนํ้าที่จัดอยู่ในอันดับ Asparagales วงศ์ Amaryllidaceae สกุล Crinum จัดเป็นพืชเฉพาะถิ่น หรือพืชถิ่นเดียว (endemic plant) โดย พบเฉพาะในประเทศไทย มีการแพร่กระจายตามธรรมชาติเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระนองตอนล่าง และพังงา ตอนบน จัดเป็นพรรณไม้นํ้าประเภทชายนํ้า เจริญเติบโตบริเวณแหล่งนํ้าไหลที่ใสสะอาด ลักษณะเด่นของ พลับพลึงธารคือมีลำต้นเป็นหัวอยู่ในดินใต้นํ้า ลักษณะของหัวคล้ายหัวหอมจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าหอมนํ้า หัวซึ่งเป็นลำต้นใต้ดินที่มีจุดกำเนิดของใบเกล็ด ซ้อนกันหลายชั้นจนมีลักษณะเป็นหัว มีใบเป็นใบเดี่ยว แตกออกจากลำต้นเป็นกอ แผ่นใบมีสีเขียวอ่อนลักษณะเป็นรูปแถบยาวคล้ายริบบิ้นพริ้วไปตามกระแสนํ้า ขนาดใบกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 40-100 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อแบบช่อซี่ร่ม ช่อละ 6-13 ดอกย่อย มีก้านดอกย่อยยาวเท่ากันและออกจากจุดเดียวกัน เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสร ตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน มีก้านช่อ ดอกอวบอ้วนสีแดงอมเขียวยาวประมาณ 40-130 เซนติเมตร ส่งดอกชูขึ้นมาเหนือนํ้า โคนก้านช่อดอกมีกาบใบสีแดงหุ้มช่อดอกอ่อน ส่วนของดอกประกอบด้วย กลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอก 3 กลีบ มีสีขาว เป็นกลีบรวมและมีโคนกลีบติดกันเป็นหลอดเรียวยาวสีม่วง เรื่อๆ ปลายกลีบแยกเป็นกลีบยาว 6 แฉก เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดอยู่ที่โคนกลีบรวม ออกดอกมากในช่วง เดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม มีผลเป็นชนิดผลสดที่มีเปลือกอ่อนนุ่ม สีแดงอมเขียว ภายในมีเนื้อและ มีเมล็ดจำนวน 1-12 เมล็ด เมล็ดมีสีเขียวผิวไม่เรียบ ลักษณะบิดเบี้ยวและเป็นเหลี่ยม
การขยายพันธุ์การขยายพันธุ์พลับพลึงธารสามารถทำได้ทั้งแบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ ได้แก่ การใช้เมล็ด การแยกหัวย่อยขนาดเล็ก การผ่าแบ่งหัว และการคว้านหัว นำไปเพาะชำ ในกรวดแม่น้ำขนาดเล็กที่ชื้นแฉะ หรือขยายพันธุโ์ ดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากชิ้นสว่ น กลีบหัว หรือเมล็ด
เครดิตภาพและข้อมูล: ดร. กาญจนรี พงษ์ฉวี และคณะ