ชื่อวิทยาศาสตร์Vallisneria spiralis
ชื่อสามัญTapegrass, Eelgrass
ชื่อไทยเทปเล็ก
วงศ์Hydrocharitaceae
ตำแหน่งในการลงปลูกหลังตู้
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแสงไฟความสว่างสูง, ช่วงอุณหภูมิ 15-30 °C
อัตราการเจริญเติบโตเร็ว
รายละเอียดเป็นพรรณไม้น้ำที่นิยมในตลาด และมีขายอย่างแพร่หลายและราคาไม่แพง นิยมนำมาปลูกประดับหลังตู้ซึ่งจะขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและค่อนข้างสูงจึงควรเลี้ยงในตู้ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเทปเล็กนี้เป็นพืชใต้นํ้ามีอายุข้ามปี ชอบขึ้นในแหล่งนํ้านิ่งหรือ ไหลเอื่อย ลำต้นเป็นเหง้าขนาดเล็กฝังอยู่ในดิน โคลนหรือทราย มีไหลสั้นๆ เลื้อยทอดออกไป มีรากฝอย แตกออกตามข้อ ใบเป็นใบเดี่ยวไม่มีก้านใบ แผ่นใบยาวรูปร่างแบนคล้ายริบบิ้น สีเขียวอ่อน มีใบแตกที่ข้อ เป็นกอๆ ละ 4-20 ใบ ใบมีเส้นใบจำนวน 3-9 เส้น ยาวขนานไปตามความยาวของใบ ปลายใบมีขอบหยัก เป็นซี่ฟันเลื่อยเล็กๆ ใบแผ่ใต้ผิวนํ้ายาวได้ถึง 1 เมตร ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียเกิดคนละต้น ดอกตัวผู้ มีขนาดเล็กเกิดที่โคนใบ มีก้านดอกสั้น ยาวประมาณ 6-9 มิลลิเมตร ใบประดับลักษณะบางใสดูคล้ายกาบ หุ้มดอกอยู่ มีก้านยาวเป็นสันสามเหลี่ยม เมื่อดอกแก่จะลอยขึ้นสู่ผิวนํ้า แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 3 กลีบ มีขนที่โคนกลีบ กลีบดอกขนาดเล็ก 1 กลีบ เกสรตัวผู้จำนวน 2-3 อัน เป็นหมัน 1 อัน เกสรตัวผู้ จะมีฟองอากาศอยู่ภายในทำให้เกสรที่แก่แล้วลอยขึ้นสู่ผิวนํ้า โดยลอยอยู่ระหว่างช่องว่างของกลีบดอก ที่ติดกันเป็นวง ดอกตัวเมียมีขนาดใหญมี่จำนวน 1 ดอก มีกาบดอกรูปทรงกระบอกหุ้มอยู่ก้านดอกตัวเมีย เป็นเส้นผอมยาว ชูดอกตัวเมียที่แก่ขึ้นสูผิ่วน้ำ เกิดการถ่ายละอองเกสรโดยกระแสน้ำเป็นตัวช่วยให้ดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียมาติดกัน หลังจากมีการถ่ายละอองเกสรและมีการผสมเกสรแล้วก้านดอกจะบิดเกลียว ดึงรังไข่ลงใต้นํ้า ผลชนิดแคปซูลรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 3-9 เซนติเมตร มีกาบหุ้ม ผลแก่ไม่แตก มีเมล็ดจำนวนมาก ขนาดประมาณ 1-5 มิลลิเมตร
การขยายพันธุ์โดยการแตกไหลและเกิดต้นอ่อน ให้ทำการตัดแยกต้นอ่อนมาปลูกใต้นํ้าในแปลง ที่มีพื้นเป็นกรวดขนาดเล็ก
เครดิตภาพและข้อมูล: ดร. กาญจนรี พงษ์ฉวี และคณะ